หลักทั่วไปในการเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

            1.เขียนสั้นๆให้ได้ใจความ

            2.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมหนึ่งข้อจะระบุพฤติกรรมที่คาดว่าจะเกิดเพียงหนึ่งพฤติกรรม

            3.ต้องระบุพฤติกรรมปลายทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยนักเรียนเท่านั้น

            4.พฤติกรรมที่ระบุในจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมต้องเป็นพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นนามธรรม

            5.คำที่ใช้เขียนในการเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมต้องเป็นคำที่มีลักษณะชี้เฉพาะเจาะจงไม่ใช่คำที่มีความหมายกว้าง

 

 

แนวปฏิบัติในการเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม                                                            

           1.กำหนดจุดประสงค์ในการเรียนรู้โดยทั่วไปก่อน โดยผู้สอนจะต้องตอบได้ว่าในการเรียนการสอนครั้งนั้นๆต้องการให้ผุเรียนเกิดการเรียนรู้ในระดับใด   และในด้านใดเช่น  ต้องการให้ผูเรียนเกิดการเรียนรู้ด้านพุทธพิสัยและจิตไปพร้อมกัน                                                

           2.กำหนดพฤติกรรมที่คาดหวังว่า ผู้เรียนจะแสดงออกหลังจากเกิดการเรียนรู้แล้ว

ในขั้นนี้ผู้สอนต้องสามารถแปลจุดประสงค์ทั่วไปมาเป็นพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้ เช่น คาดหวังว่าผูเรียนจะรู้จักพยัยชนะ ก-ฮ

                2.1.พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความสามารถด้านพุทธิพิสัย

                        1.ความรู้ ได้แกคำว่า ให้ความหมายได้ บอกเรื่องราวได้ บอกชื่อได้ ตั้งชื่อเรื่องได้ จับคู่ได้ เลือกได้ เขียนโครงร่างได้  บอกชื่อได้

                        2.ความเข้าใจ ได้แก่ แยกแยะได้ อธิบายได้ แปลความได้ ให้เหตุผลได้ เปลี่ยนข้อความได้ ขยายความได้ฯลฯ

                        3.การนำไปใช้ ได้แก่ ปฏิบัติได้ แสดงได้ เตรียมการได้ ผลิตได้ สาธิตได้  คำนวณได้ แก้ปัญหาได้ฯลฯ

                          4.การวิเคราะห์ ได้แก่ จำแนกได้ แบ่งกลุ่มได้ อ้างอิงได้

                        5.การสังเคราะห์ ได้แก่ รวบรวมได้ จัดกลุ่มได้ ป้องกันได้ สร้างระบบได้ จัดระเบียบใหม่ได้

                        6.การประเมินค่า ได้แก่ เกิดความพอใจ เห็นความแตกต่าง เปรียบเทียบได้ สรุปความได้ วิจารณ์ได้ ตัดสินได้ แปลความได้

                  2.2พฤติกรรมที่บ่งถึงความสามารถด้านจิตพิสัย

                         1.การรับ ได้แก่ สอบถาม ทำตาม ให้ เลือกบรรยาย ชี้ บอกชื่อ  ตอบ บอก ตำแหน่งที่ตั้ง                      

                        2.การตอบสนอง ได้แก่ ตอบ ช่วยเหลือ ทำตาม อภิปราย ปฏิบัติ เสนอ  อ่าน รายงานฯลฯ

                         3.การเห็นคุณค่า ได้แก่ ทำให้เสร็จ อธิบาย ทำตาม ริเริ่ม ร่วมให้ข้อเสนอ รายงาน     ฯลฯ

                    4.การจัดรวบรวม ได้แก่ จัด รวม เปรียบเทียบ ชี้ ผสมผสาน จัดระเบียบ เตรียมการ

                        5.การสร้างคุณลักษณะ ได้แก่ ต้องการ ต่อต้าน จัดการ หลีกเลี่ยง

                2.3.พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความสามารถด้านทักษะพิสัย

                         1.แสดงให้ถูกลักษณะ เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง โยนลูกบอล

                         2.ปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น เลื่อย เจาะ ตอกตะปู ติดตั้ง

                         3.แสดงได้คล่องแคล่ว เช่น เต้นรำถูกจังหวะ

                         4.ทำงานได้รวบเร็ว ถูกต้อง และสวยงาม เช่น พิมพ์ดีด เขียนหนังสือ

                         5.ทำงานคล่องแคล่วและปลอดภัย เช่น การขับรถ หรือการทำงาน ต่างๆ

โดยคำที่ระบุว่ามีทักษะได้แก่ จัดตั้ง จัดสร้าง ทำ ฝึกหัด บรรจุ ฯลฯ

       3.กำหนดสถานการณ์หรือเงื่อนไข

สถานการณ์ที่จะทำให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมที่คาดหวังมี 3 ลักษณะคือ

                3.1สถานการณ์ที่เป็นเนื้อหา เช่น อธิบายความสำคัญของน้ำได้  บอกคุณสมบัติของก๊าวคลอรีนได้ จากตัวอย่างนี้ใช้คำว่า  ”อธิบาย”  และ ”บอก” เป็นพฤติกรรมที่คาดหวัง

                3.2สถานการณ์ที่เป็นสิ่งเร้า ใช้เป็นตัวเร้าให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมต่างๆ เช่นเมื่อให้สัตว์สิบชนิดสามรถบอกได้ว่าสัตว์ชนิดได้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

                3.3สถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไข ใช้เป็นเงื่อนไขของการกระทำ หรือพฤติกรรมที่ต้องการแสดงออก ที่ระบุข้อห้าม และข้อควรกระทำ

ตัวอย่าง

              -สามารถแบ่งครึ่งเส้นตรงที่กำหนดให้ได้โดยใช้วงเวียน         

             -สามารถอธิบายลักษณะของนกเป็ดน้ำได้โดยไม่ต้องเปิดตำรา

             4.กำหนดเกณฑ์

  เกณฑ์เป็นส่วนที่ระบุถึงระดับความสามารถของพฤติกรรมที่แสดงออกมาในขั้นต่ำสุดที่ครูจะยอมรับได้เช่น

-นักเรียนสามารถบอกคุณสมบัติของก๊าซคลอรีนได้ถูกต้องทั้งหมด

การกำหนดเกณฑ์ของพฤติกรรมสามารถที่คาดหวังสามารถทำได้สองแบบดังนี้

                 1.กำหนดเกณฑ์เป็นปริมาณ คือ การกำหนดจำนวนที่ปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น คำนวณโจทย์เลขคณิตได้อย่างถูกต้อง อย่างน้อย 6 ข้อจาก 9ข้อ                 

2.กำหนดเกณฑ์เป็นความเร็ว คือ กำหนดเกณฑ์เป็นระยะเวลาที่จะทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เช่น จัดตั้งเครื่องมือการทดสอบเสร็จเรียบร้อยภายใน 30 นาที

การกำหนดเกณฑ์สามารถยืดหยุ่นได้ตามการตัดสินใจของครู ซึ่งครูจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

ก.  ระดับความสามารถของนักเรียน

ข.   ระดับความยากง่ายของเนื้อหา

ค.  ความสำคัญของเนื้อหา

             5.เขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

                   -เมื่อกำหนดองค์ประกอบทุกส่วนของจุดประสงค์ได้แล้วก็ลงมือเขียนโดยยึดหลักการเขียนที่กล่าวมาแล้ว

            6.พิจารณาทบทวนจุดประสงค์ที่กำหนดขึ้น

                  -เพื่อดูว่าจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมนั้น ครบถ้วนตามเนื้อหาและการเรียนรู้ด้านต่างๆ หรือไม่ มีความชัดเจนที่ผู้อ่านจะอ่านได้เข้าใจตรงกันหรือไม่ มีความชัดเจนที่ผู้อ่านจะเข้าใจตรงกันหรือไม่   มีความเหมาะสมกับลักษณะของนักเรียนหรือไม่

ตัวอย่างจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

       1.เมื่อจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นให้ นักเรียนสามารถตั้งเครื่องมือการทดลองการเตรียมก๊าซออกซิเจนได้อย่างถูกต้องภายในเวลา 15 นาที

       2.เมื่อกำหนดคำศัพท์ภาษาไทย 10 คำ นักเรียนสามารถแยกได้ว่า คำใดเป็นคำกิริยา คำใดเป็นคำสรรพนาม ได้ถูกต้องทุกคำ

       3.หลังจากการเรียนเรื่อง เศษส่วน นักเรียนสามารถทำแบฝึกหัดได้ถูกต้องอย่างน้อย 8 ข้อใน 10 ข้อ

การนำจุดประสงค์ในการสอนไปปฏิบัติ

          1.กำหนดวิธีสอน

          2.กำหนดสื่อการสอน ข้อควรคำนึง

                 2.1.วิธีการสอนและสื่อการสอนควรเป็นสิ่งที่ทำให้การสอนดำเนินไปสู่จุดประสงค์ที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                 2.2.ความพร้อมของห้องเรียน สภาพของโรงเรียน

                 2.3.ความพร้อมของนักเรียน ความรู้พื้นฐานของนักเรียน

                 2.4.ความพร้อมของครู

          3.กำหนดขั้นตอนการสอน

         4.กำหนดแนวการประเมินผล  ในการประเมินครูควรปฏิบัติคือ ครูควรใช้วิธีการประเมินผลหลายอย่าง  เช่น ใช้แบบสอบถาม การสังเกต การทดสอบ หรือ พิจารณาจากผลงานที่ได้จากการเรียน